Messages
Topic:
ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำมาอ่านเรื่องที่มีความรู้ดีกว่า
เริ่มเลยน่ะครับ
กาแฟแพงที่สุดในโลก
กาแฟ แพงที่สุดในโลก ( Most expensive coffee )
Kopi Luwak โคปิ ลูแว็ค เป็นกาแฟโรบัสต้าชนิดหนึ่ง และเป็นกาแฟแพงที่สุดในโลก เนื่องจากขบวนการผลิตอันยุ่งยาก แปลกประหลาด มีออกสู่ต้องตลาดประมาณปีละ 500 ปอนด์ต่อปี ทำให้มันมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 41,000 บาท และสามารถผลิตได้เพียงไม่กี่แห่งบนโลกนี้ จึงประเทศที่ผลิตได้ก็มีดังต่อไปนี้
* ประเทศอินโดนีเซีย ที่เกาะสุมาตรา (Sumatra) , เกาะจาวา ( Java ) เกาะสุลาเวสี ( Sulawesi )
* ประเทศฟิลิปปินส์ ( จะเรียกกาแฟชนิดนี้ว่า Kape Alamid )
* ประเทศทิมอร์ ( จะเรียกกาแฟชนิดนี้ว่า kafé-laku )
* ประเทศเวียดนาม ( จะเรียกกาแฟชนิดนี้ว่า weasel coffee )
ใครมีเกร็ดความรู้อะไรก็มาแบ่งปันกันได้นะครับ
Nov 6
9:24 AM
ทำไมอะไรๆก็ต้อง...เกาหลี
ชั่วโมง นี้ปฏิเสธไม่ได้อะไร-อะไรก็เอาความเป็นเกาหลีขาย ร้านตัดผมเกาหลี โรงเรียนสอนเต้นท่าแบบศิลปินเกาหลี ร้านเสื้อผ้าเกาหลี บริษัททัวร์ก็ทัวร์เกาหลี รายการโทรทัศน์ก็เกาหลี น่าแปลกที่คำว่า "เกาหลี" ทำไมถึงไปผูกอยู่กับคำว่า เป็น แฟชั่น, ทันสมัย ฯลฯ
เกาหลี, แฟชั่นเกาลี, อาหารเกาหลี, ร้านตัดผมเกาหลี, โรงเรียนสอนเต้นเกาหลีทำไมเกาหลีประสบความสำเร็จในสินค้าทางด้านวัฒนธรรมป๊อป และลามไปตามสินค้าแฟชั่นต่างๆ ถึงขนาดนี้
"พู ลพงศ์ สมิทธิ์ศราการย์" เจ้าของร้าน JNBY ซึ่งนำเข้าเสื้อผ้าจากเกาหลีในห้างดังอย่างสยามเซ็นเตอร์ ตอบแบบไม่ต้องคิดว่าเป็นเพราะความสำเร็จของศิลปินเป็นหลัก
ถ้าถามว่า อะไรเป็นแฟชั่นเกาหลี พูลพงศ์ว่านี่เป็นเรื่องที่ตอบยากเล็กน้อย แต่ที่แน่ๆ เอกลักษณ์สำคัญคือแฟชั่นเกาหลีนั้นจะเน้นรูปร่างหน่อย (ดังนั้นใครรูปร่างไม่ดี พูลพงศ์บอกว่าอย่าใส่เสื้อผ้าพวกนี้จะดีกว่า) คนใส่อาจใส่เสื้อผ้าไม่กี่ชิ้น แต่จะพยายามเล่นกับชิ้นงาน อย่างมีการติดเครื่องประดับ มีการทำให้ขาด และก็ไม่กลัวที่จะใส่สีตัดกัน
แต่ ถ้าจะถามว่าเกาหลีเป็นผู้นำแฟชั่นไหม พูลพงศ์ส่ายหน้า บอกเอาเข้าจริงแฟชั่นที่ศิลปินเกาหลีใส่ ก็ยังเป็นแบบจากห้องเสื้อดังๆ ใน อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ อยู่ดี และเดินตามคอลเลคชั่นแฟชั่นใหม่ๆ ในปีนั้นตลอด เพียงแต่อาจจะมีการมิกซ์แอนด์แมทช์ ใส่อะไรเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะกับคนเอเชียมากขึ้น
"ลองนึกดูว่าแบรนด์แฟชั่นเกาหลีดังๆ น่ะมีอะไรบ้าง?" พูลพงศ์ยกตัวอย่าง
ให้เวลาสักชั่วโมงก็อาจจะนึกไม่ออก
"อย่าง กางเกงขาลีบนี่ก็มีมาก่อนนานแล้ว แต่จะเป็นอีกลุค สมัยก่อนบ้านเราเรียกว่าเป็นเด็กฮาร์ด ซึ่งภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้คนใส่ตามเทรนด์ ศิลปินเขาใส่ ก็มีส่วนมาเปลี่ยนให้ดูดี ประกอบกับเขามีอิทธิพลต่อวัยรุ่น"
ใครๆ ก็เลยใส่ตาม
ด้าน "ครูเฟีย-จุฑามาศ เขมะภาตะพัน" ครูสอนเต้นคัฟเวอร์แดนซ์ตามแบบศิลปินเกาหลีของโรงเรียนสอนเต้นรำ MDDC ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในกระแสนี้เช่นกัน บอกว่า เรื่องแบบนี้มันเป็นความนิยมของยุค
หากเอาเข้าจริงการเต้นแบบเกาหลีก็ไม่ได้ต่างจากการเต้นแบบอื่นๆ ที่โรงเรียนสอนเต้นในเมืองไทยสอนกันสักเท่าไร
"เพราะเบสิคการเต้นไม่ว่าที่ไหนในโลกมันก็อันเดียวกัน" เธอบอก
ขึ้น อยู่กับว่าคนสอนจะสอนได้ดีไหม หรือจับจุดไหนมาสอน เหมือนอย่างที่ MDDC เน้นสอน "คัฟเวอร์แดนซ์" จับท่าเต้นในเพลงดังๆ ของเกาหลีมาแบบเป๊ะๆ ทุกท่าถ่ายทอดให้ผู้สนใจ
"แต่ส่วนหนึ่งโปรดักชั่นของมิวสิคทำให้ภาพ ลักษณ์ศิลปินที่เต้นออกมาดูดี มีกระแสค่อนข้างมาก แต่จะว่าไปสไตล์เค-ป๊อป ก็ปกติทั่วไป คือท่าเต้นก็เหมือนกันทั้งนั้น บางท่าก็เป็นท่าโอลด์สคูล ท่าเก่าๆ เอากลับมาเต้นใหม่ด้วยซ้ำ"
อย่างไรก็ตาม ครูเฟียบอกว่าจุดสำคัญของการเต้นเกาหลีที่ใครๆ ยอมรับว่าดีเหลือเกินนั้น ไม่ได้อยู่ที่ท่าเต้น วิธีการหรือเทคนิคอะไรที่แปลกใจ แต่เกิดมาจากการซ้อมเต้นวันละ 12 ชั่วโมงต่างหาก
"ก็คิดดูที่นั่น ศิลปินฝึกหัดมีเป็นพันๆ คน แต่ละคนก็ต้องต่อสู้ให้เตะตาเจ้าของค่าย แล้วต้องพรีเซ็นต์ตัวเองให้มากที่สุดเพื่อจะได้เป็นศิลปิน พวกเขาจึงต้องทะเยอทะยานสูงและซ้อมกันเยอะมาก ตัวเราเองไปสัมผัสมาตอนไปเรียนเต้นเค-ป๊อป เพื่อจะดูว่าเขาเรียนกันยังไง เจอเด็กอายุ 15 ที่เต้นเก่งจนอึ้ง ทั้งที่เพิ่งเรียนปีเดียว"
"แต่ไม่แปลกใจเลยพอไปเห็นเขาซ้อม" ครูเฟียว่า
ด้าน "วจี กัลย์จาฤก" ผู้บริหารบริษัท กันตนา ดราม่า สคูล ที่เปิดคอร์สสอนการแสดง โดยมีเงื่อนไขพิเศษคือพาเด็กที่ลงเรียนในคอร์สนี้ไปคัดตัวเข้าค่าย JYP ที่เกาหลี คอร์สนี้เธอว่าเกาหลีเป็นต้นคิด กันตนาเพียงแต่ได้รับการติดต่อจากบริษัททัวร์ที่เกาหลีและโรงเรียนสอนศิลปิน DTC แล้วก็ตกลงดำเนินการ
"แต่คอร์สนี้เราไม่ได้รับหมด จะดูความสามารถของที่น่าจะมีโอกาส เพราะไม่อยากให้ผู้ปกครองเสียเงินฟรี"
ในฐานะคนทำละครและอยู่ในวงการบันเทิงของเมืองไทย วจีมองว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้กระแสเกาหลีคือเรื่องของ "ความยาก"
"เด็ก เราคุ้นกับนักแสดงไทย ศิลปินไทย ที่ไปตามห้างก็ได้เจอแล้วเวลามีอีเวนท์ ความที่เห็นง่าย สัมผัสง่าย อาจจะทำให้เบื่อเร็ว แต่เวลาศิลปินเกาหลีมา จะเป็นเทพ ตั้งรั้วลูกกรง มีบอดี้การ์ด 4-5 คน"
"ยิ่งยาก แฟนๆ ก็ยิ่งคลั่ง"
ดัง นั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่เวลาศิลปินดังๆ ของเกาหลีมาบ้านเราที จะมีแฟนคลับไปนั่งรอตั้งแต่ตีห้า เพื่อจะได้อยู่แถวหน้าสุดตอนพวกเขาปรากฏตัวเวลา 1 ทุ่ม
...
รวม ความแล้วความเป็นเกาหลีที่ขายกันอยู่ อาจไม่ได้เป็นมากไปกว่า อะไรสักอย่างที่ถูกผูกติดไว้กับศิลปิน ซึ่งก็ไม่ได้แปลกหรือแตกต่างจากของที่เราพบเจออยู่ในชีวิตประจำวัน
เพียงแต่ในแง่ของความรู้สึก พอแปะคำว่า "เกาหลี" เข้าไปก็ดูดี มีราคาขึ้น
"และ อันที่จริงสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นการมิกซ์แอนด์แมทช์, ความขยันฝึกซ้อม และการโปรโมตวัฒนธรรมตัวเองอย่างต่อเนื่อง อาจจะเป็น "เกาหลี" มากกว่าอะไรทั้งหมด"
เรามองความเป็นเกาหลีที่ถูกนำมาขายกันเกลื่อนกลาดว่าอย่างไร?
คำตอบอยู่ที่เสื้อผ้า หน้าตาภายนอกหรือรู้ถึงวิธีคิดภายใน
"อะไรที่ควรเป็น "เกาหลี" สำหรับเรา"
ที่มา www.sanook.com
Nov 6
9:36 AM
> > บักหม่อง
> > .. ทำไม บักหม่อง ถึงพาเพื่อน..แห่กันไปเที่ยวผับ.. ทีละ 18 คน...
> > ก็เพราะหน้าผับ ....... เขาประกาศไว้ว่า ...........
> > ต่ำกว่า 18 ห้ามเข้าน่ะสิ (!!)
> > ------------
> > * บักหม่อง..ไปร้านขายทีวี.. ! ถามคนขายว่า
> > ' ไม่ทราบว่า..ที่นี่มีทีวีสีขายรึเปล่า ?
> > คนขายตอบว่า.. ' มี '
> > บักหม่องเลยบอกว่า ................
> > ' งั้นเอาสีเขียวมาเครื่องนึง '
> > ------------
> > บักหม่อง..เข้าไปเดินดูของในร้านจีฉ่อย
> > เห็นกระติกน้ำทำจากโลหะอันหนึ่งวางอยู่
> > บักหม่องถามอาอึ้มว่า
> > ' อึ้ม.. **ที่วอบแวบสีเงินๆ นั่นอะไร '
> > อึ้มตอบว่า ' กระติกน้ำไง ................(** ฟาย) '
> > ' แล้วมันทำอะไรได้มั่ง '
> > ' ก็ใส่ของร้อน-ก็ร้อนนาน ................ ใส่ของเย็น-ก็เย็น นาน '.
> > บักหม่อง..เห็นว่าน่าสนใจ................เลยตกลงซื้อมาอันนึง
> > เช้าของวันใหม่..อากาศแจ่มใส
> > บักหม่อง..ก็เอากระติกน้ำที่เพิ่งซื้อมา..ไปที่ทำงาน..
> > ตั้งอวดบนโต๊ะ..อย่างภาคภูมิ
> > หัวหน้าบักหม่องเห็นเข้า................เลยถามขึ้น
> > ' อะไรนั่นน่ะ..บักหม่อง '
> > ' กระติกน้ำครับ '
> > ' แล้วมันมีอะไรพิเศษรึ '
> > ' ก็ใส่ของร้อน..เก็บความร้อนได้
> > หรือใส่ของเย็น..ก็เก็บความเย็นได้ '
> > หัวหน้าเลยถามว่า..
> > ' แล้วใส่อะไรมาล่ะ '
> > บักหม่องยืด..ก่อนจะตอบว่า..
> > ' กาแฟร้อน 2 แก้ว.. กับไอติม 1 ถ้วยครับ '
> > --------------
> > ทุกครั้ง..หลังถ่ายเอกสารเสร็จ
> > บักหม่อง..จะเอาฉบับก๊อปปี้-มาตรวจทาน..เทียบกับต้นฉบับ
> > เพื่อเช็คดูว่า..มีคำไหนสะกดผิดรึเปล่า
> > --------------
> > บักหม่อง..จะยิ้มทุกครั้ง................ที่ฟ้าผ่า
> > เพราะนึกว่า..มีคนกำลังถ่ายรูปเขาอยู่
> > -------------
> > รู้ป่าวว่า...ทำไมบักหม่อง................ถึงกดโทรศัพท์เบอร์ฉุกเฉิน 911).. ไม่ได้
> > ก็เพราะ.....เขาหาเบอร์ 11 ( สิบเอ็ด) ..................บนแป้นไม่เจอ
> > -----------------
> > บักหม่อง..เพิ่งซื้อคอมพิวเตอร์มาใหม่เครื่องหนึ่ง
> > เล่นไปซักพัก..ก็เจอปัญหา
> > บักหม่อง..เลยลองกดที่ HELP บนแป้น F1
> > ผ่านไปพักใหญ่... บักหม่องหงุดหงิดมาก
> > เลยโทรไปต่อว่า..ร้านที่เขาซื้อคอมมา
> > ' ผมกด F1 ตามที่เครื่องบอก.. เวลาที่มีปัญหา
> > แล้วก็รออยู่เป็นชั่วโมง.. ยังไม่เห็นมีใครมาช่วย เลย '
> > คนขาย : '(**...)' (!!)
> > วันรุ่งขึ้น
> > บักหม่อง : เครื่องคอมพิวเตอร์ คุณนี่ห่วยมากอีกแล้ว น่ะ
> > ผมเสียเงินซื้อไปตั้งเยอะมีแต่ปัญหาไม่รู้จบ
> > หน่ำซ้ำ
> > พอโทรมาสอบถามพนักงานงานขายของคุณ ก็ดันตอบไม่รู้เรื่อง
> > ผู้จัดการ : มีปัญหาอะไรให้ดิฉันรับใช้ได้ค่ะ
> > ( เสียงสั่นเครือมากด้วยอาการที่หวาดกลัวจะถูกลูกค้าด่ากลับ )
> > บักหม่อง : ก็หน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณน่ะ
> > รายงานผลว่า '
> > ซีตุ๊ป - ซีตุ๊ป '
> > ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง
> > ผู้จัดการ : บอกว่า เธอก็ไม่รู้ว่า ไอ้ซีตุ๊ป-ซีตุ๊ปเนี่ยมันคืออะไร
> > ช่วงนั้นก็น้ำตาเกือบไหล เพราะกะว่าถ้าตอบปัญหาลูกค้าไม่ได้
> > ต้องถูกไล่ออกแน่เลยตู
> > จนกระทั่ง.....
> > ผู้จัดการ : คุณลองสะกดคำว่า ' ซีตุ๊ป - ซีตุ๊ป ' หน่อยสิคะ
> > ว่าสะกดอย่างไร
> > บักหม่อง : S - E - T - U - P - S - E - T - U - P
> > ผู้จัดการ : คุณนี่ สุดยอด จริง ๆ อ่านได้งัย ซีตุ๊ป – ซีตุ๊ป
> > -------------
> > บักหม่อง..ไปหาหมอ...ในสภาพหูบวมแดงน่ากลัว
> > หมอถามว่า.. ' ไปโดนอะไรมาครับ '
> > บักหม่องตอบว่า.. ' ผมกำลังรีดผ้าอยู่.. แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
> > แต่แทนที่จะหยิบโทรศัพท์มาพูด
> > ผมดันเผลอ..เอาเตารีดขึ้นมาแนบหูน่ะสิ '
> > ' โอ้ว..เดียร์ '
> > หมออุทานเป็นภาษาฝรั่ง................ด้วยความเวทนา
> > ' แล้วหูอีกข้าง..ทำไมถึงแดงเหมือนกันล่ะ '
> > .. หมอถามต่อ
> > ' ก็**บ้านั่น...เสือ _ โทร.กลับมาอีกรอบ..อ่ะดิหมอ '
> > ---------------
> > * หลังจาก...ใช้ความพยายาม................ต่อจิ๊กซอว์อยู่นาน
> > ในที่สุด..บักหม่องก็ต่อเสร็ จ
> > เขาเอาไปอวดเพื่อน..ด้วยความภูมิใจ
> > ' เป็นไง ............... เนี่ยฉันใช้เวลาต่อ..แค่ 5
> > เดือนเองนะโว้ย '
> > เพื่อนบักหม่องงง..ที่เขากล้าอวด
> > ' 5 เดือนเหรอ ! แถวบ้านฉันเรียกว่า..!
> > โคตรนานเลยนะนั่น '
> > ' แกนี่ไม่รู้อะไร '
> > บักหม่อง..ไม่ยอมลดละ
> > ' ดูที่กล่องนี่ ............... เห็นมั้ย ................ มันบอกว่า...
> > ' สำหรับ 4-7 ปี '
> > แต่..ฉันใช้เวลาแค่ 5 เดือนเองนะเฟ้ย..(!!)
> > อ่านจบแล้วก้ออย่าแอบอมยิ้มคนเดียวล่ะ
> > แจกให้....คนอื่นยิ้มบ้างนะ
Nov 6
11:06 AM
มันทั้งขำ ทั้งอยากด่าไอ้บักหม่องนี่จิงๆ 555+
Nov 7
7:15 AM